วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำทุกสิ่งด้วยความรัก



บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก
ถึงฟิเลโมน ฟม 1:7-20


ท่านที่รักยิ่ง ความรักของท่านทำให้ข้าพเจ้ายินดีและได้รับกำลังใจเป็นอย่างมาก เพราะท่านนำความสงบสุขมาสู่ดวงใจของประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเดชะพระคริสตเจ้า แม้ว่าข้าพเจ้ามีอำนาจจะสั่งท่านให้ทำสิ่งใดก็ได้ แต่ข้าพเจ้าก็เลือกที่จะขอร้องให้ท่านทำด้วยความรักมากกว่า ผู้ที่ขอร้องนี้คือข้าพเจ้า เปาโล ซึ่งเป็นคนชราและขณะนี้เป็นนักโทษเนื่องจากพระคริสตเยซูด้วย ข้าพเจ้าขอร้องท่านเพื่อบุตรคนหนึ่งของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้กำเนิดขณะที่ถูกจองจำคือโอเนสิมัส ในอดีต เขาไม่มีประโยชน์ใดต่อท่าน แต่ขณะนี้ เขามีประโยชน์ทั้งต่อท่านและต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากำลังส่งเขากลับมาหาท่าน นั่นคือข้าพเจ้าส่งดวงใจของข้าพเจ้ามาด้วย อันที่จริงแล้ว ข้าพเจ้าต้องการให้เขาอยู่กับข้าพเจ้าที่นี่ เขาจะได้รับใช้ข้าพเจ้าแทนท่านขณะที่ข้าพเจ้าถูกจองจำเพราะข่าวดี แต่ข้าพเจ้าไม่ต้องการทำสิ่งใดโดยท่านไม่เห็นชอบ เพื่อมิให้ท่านทำความดีเพราะถูกบังคับ แต่ทำด้วยความสมัครใจ ข้าพเจ้าคิดว่า เขาถูกพรากไปจากท่านระยะหนึ่ง เพื่อจะกลับมาอยู่กับท่านตลอดไป มิใช่ ในฐานะทาส แต่ในฐานะที่ดีกว่ามาก คือเป็นน้องชายที่รัก ถ้าเขาเป็นที่รักอย่างยิ่งของข้าพเจ้า เขาจะต้องเป็นที่รักของท่านมากกว่าสักเท่าใดเล่า ทั้งในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์และในฐานะที่เป็นพี่น้องในองค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าท่านยังยอมรับว่าข้าพเจ้า เป็นมิตรกับท่าน ก็จงต้อนรับเขาเช่นเดียวกับที่ท่านจะต้อนรับข้าพเจ้า ถ้าเขาทำผิดต่อท่านเรื่องใด หรือเป็นหนี้ท่านเท่าใด ก็จงจดลงในบัญชีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเขียนด้วยมือของข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้า เปาโล จะชดใช้ให้ทั้งหมด ข้าพเจ้าจะไม่พูดถึงหนี้สินอื่นที่ท่านเป็นหนี้ข้าพเจ้า ดีแล้ว น้องรัก หวังว่าท่านจะทำตามที่ข้าพเจ้าขอร้อง เพราะท่านศรัทธาต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทำให้ดวงใจของข้าพเจ้าเป็นสุขสงบในพระคริสตเจ้าเถิด

ข้อคิด


· ท่านเปาโลเขียนจดหมายถึงฟีเลโมน เพื่อฝากฝัง โอเนซิมัส ให้ทำงานแทนท่าน (เพราะท่านทำงานไม่ได้แล้ว)

· ท่านขอร้องต่อฟีเลโมนให้ประกาศข่าวดีด้วยความรัก มากกว่าจะใช้การบังคับฟีเลโมนให้ทำ (แม้ว่าท่านจะสามารถบังคับได้)

· ท่านได้รับกำลังใจจากคนอื่นเป็นอย่างมาก (เพราะฟีเลโมนนำความสงบสุขมาสู่ประชากรของพระเจ้า)

· เปาโลเขียนจดหมายนี้ในคุก (ทั้งแก่ชราและติดคุก แต่ยังให้กำลังใจผู้อื่นเสมอ)

· ท่านติดคุกเพราะประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า (แต่มิได้ท้อแท้ในการประกาศข่าวดี)

· ท่านไม่ต้องการให้ผู้อื่นทำความดีเพราะถูกบังคับ แต่ให้ทำความดีด้วยความสมัครใจ

· ท่านยินดียอมรับหนี้สิน(ความผิดพลาดบกพร่อง) ของผู้อื่น แต่ตัวท่านเองไม่ติดใจเอาความใคร (ให้อภัยทุกอย่างแก่ทุกคน)

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2008



ฉลองพระมหาวิหารลาเตรัน

จากการศึกษาเรื่องอุบัติเหตุ แสดงให้เห็นว่า (A) 20% เสียชีวิตจากรถมอเตอร์ไซค์ (b) 17% เสียชีวิตในบ้านของตัวเอง (c) 14% เสียชีวิตเพราะเดินอยู่ตามถนนและข้างทาง(d) 16% เสียชีวิตจากการเดินทางอากาศ,รถไฟ,ทางน้ำ (e) 32% เสียชีวิตในโรงพยาบาล (f) มีเพียง .001% ที่เสียชีวิตในวัดในขณะที่มานมัสการพระเจ้า ดังนั้น จากการศึกษาพบว่า สถานที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่ที่รถยนต์ของท่าน,หรือบ้านของท่าน,หรือโรงพยาบาล แต่เป็นที่วัดนั่นเอง


พี่น้องครับ วันนี้เราทำการฉลองการอภิเษกพระมหาวิหาร ยอห์น ลาเตรัน ในกรุงโรม / ทำไมเราจึงต้องทำการฉลองวิหารนี้ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเรามากมาย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เป็นการเตือนให้เราระลึกถึงความสำคัญของวัดที่เป็นสิ่งก่อสร้างว่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับการพบกับพระเจ้า.


ในประวัติศาสตร์ พระมหาวิหาร น.ยอห์น ลาเตรัน เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโรม และอยู่ในอันดับสูงสุดของวัดในโลกนี้ ต่อจากพระมหาวิหาร น.เปโตร ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า เป็นพระมหาวิหารแม่ของวัดทั้งหลาย ดังนั้น เมื่อเราทำการฉลองนี้ เราจึงฉลองธรรมล้ำลึกของการประทับอยู่ของพระเจ้าและการสร้างที่ทำให้เรามีสถานที่สำหรับนมัสการพระองค์ และหมายถึงวัดทุกๆที่ในโลกนี้ด้วย


เรารู้ว่า พระเจ้าทรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง เราสร้างวัดก็เพื่อจะได้มีสถานที่นมัสการพระองค์ พระสิริรุ่งโรจน์ก็มาถึงวัดแห่งนั้นและสามารถเรียกได้ว่า เป็นบ้านของพระเจ้า


กษัตริย์ซาโลมอน ระลึกถึงพระธรรมล้ำลึกนี้ในบทภาวนาที่พระวิหารกรุงเยรูซาเล็มว่า “ดูเถิด ฟ้าสวรรค์และฟ้าสวรรค์อันสูงที่สุดยังรับพระองค์อยู่ไม่ได้ พระนิเวศซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างขึ้น จะรับพระองค์ไม่ได้ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด” (1 Kings 8:27). ดังนั้น เมื่อเราฉลองความพิเศษของพระเจ้าในวัดแล้ว เราต้องคิดถึงตัวของเราเองที่ พระเจ้าทรงประทับอยู่ด้วย มิใช่คิดถึงแต่พระวิหารอย่างเดียว พระเจ้ายังคงอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่พระองค์เผยแสดงพระองค์เองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ในบุคคลอื่นๆ ,สถานที่,และสิ่งต่างๆมากมาย วัดหรือวิหารก็เป็นรูปแบบหนึ่งในการประทับอยู่ของพระองค์


ในสมัยแรกเริ่มของพระศาสนจักร ผู้คนไปวัดกัน,มีส่วนร่วมในพิธีบ้าง,รับศีลมหาสนิท,และกลับบ้านโดยที่ไม่รู้ว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆในวัดแห่งนั้นเป็นใคร พิธีนั้นเลยดูเหมือนว่า เราลืมไปว่า จริงๆแล้วเราเป็นพี่น้องกัน เป็นพี่น้องชายหญิงในพระคริสตเจ้าและเรามานมัสการพระเจ้าในฐานะที่เราเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน


ดังนั้น สังคายนาวาติกันที่ 2 ได้เสนอการปรับเปลี่ยนพิธีกรรม โดยเฉพาะพระสงฆ์นั้นให้หันหน้ามาสู่ประชาชนในเวลาถวายมิสซาและมอบสันติสุขให้แก่กันและกันในมิสซา

ทุกวันนี้ คริสตชนบางคนหลงลืมไปว่า วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และต้องเคารพบุคคลอื่นๆ ที่มาร่วมในพิธีมิสซาด้วย คริสตชนบางคนก็ลืมไปว่า วัดเป็นสถานที่ประทับอยู่ของพระเจ้า เมื่อเข้ามาในวัดแล้วจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร? บางทีก็หลงลืมไป ยกตัวอย่างเช่น การแต่งตัวที่ไม่เหมาะสมกับการมาวัด,การไม่จุ่มน้ำเสกเวลาเข้าวัด,การไม่แสดงความเคารพต่อพระแท่นบูชาก่อนเข้าที่นั่งของตนหรือก่อนออกจากวัด , การคุยกันในวัด, โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ


พี่น้องครับ การขาดหายไปของสำนึกว่า วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดเป็นสถานที่นมัสการพระเจ้า อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บรรดาเยาวชนขาดความกระตือรือล้นไม่สนใจในการมาวัด,ไม่สนใจการภาวนาอีกต่อไป ถ้าพวกเขามาวัดและคิดว่า ก็แค่คนมานั่งรวมๆกัน ไม่มีอะไรน่าสนใจ น่าเบื่อ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเราทุกคนตระหนักว่า วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ที่เราจะพบกับพระเจ้า พร้อมกับเพื่อนพี่น้องและด้วยตัวของเราเอง เราจึงพาตัวเองมาวัด มาทั้งกาย มาทั้งใจ เมื่อยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้าให้มากกว่าประสบการณ์ความรู้สึกเบื่อหน่ายในการมาวัด.


พี่น้องครับ วันนี้เราทำการฉลองการอภิเษกพระมหาวิหาร น.ยอห์น ลาเตรัน เชิญชวนเราให้ระลึกถึงความเชื่อของเราในบ้านของพระเจ้าในวัดของเรา บ้านแห่งการภาวนาและเปลี่ยนแปลงนิสัยพร้อมทั้งปฏิบัติตนเพื่อให้เราแต่ละคนสามารถพบกับพระเจ้าได้ง่ายขึ้น และพร้อมให้พระเจ้าทรงสามารถพบกับเราได้ง่ายขึ้นในทุกครั้งที่เรามาวัดเพื่อพบกับพระองค์


ขอพระเจ้าประทานพระพรแด่พี่น้องทุกท่าน.