วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ส.15 เทศกาลธรรมดา ปี A - วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2008


บทเทศน์ ส.15 เทศกาลธรรมดา ปี A ชุด 1



****************************


สวัสดีพี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงสอนเราเรื่อง “ผู้หว่าน” ในขณะที่พระองค์ประทับนั่งอยู่ในเรือ พระองค์ทรงสอนประชาชนมากมาย และดูเหมือนภาพที่เราเห็นชัดคือ “ประชาชนมากมายพากันมาหาพระองค์” หมายความว่า พระวาจาของพระองค์คือ ความกระหายของประชาชนนั่นเอง


พี่น้องครับ สิ่งที่พระองค์ตรัสก็คือ อุปมาเรื่อง “ผู้หว่าน” พระวาจาของพระเจ้า คือพระประสงค์ของพระเจ้าจะต้องสำเร็จ และท่าทีที่สำคัญคือ ขึ้นอยู่กับท่าทีของผู้ฟังพระองค์
เมล็ดที่ตกตามทางเดิน , ตกในดินปนหิน , กอหนาม , เนื้อดินดี


พี่น้องครับ ท่าทีเหล่านี้ คือ อุปมาที่สอนให้เห็นถึงท่าทีของการฟังพระวาจาของพระเจ้า การฟังพระประสงค์ของพระเจ้า การที่จะเกิดผลนั้นก็ขึ้นกับชีวิตและท่าทีของผู้ฟังพระองค์ด้วยว่า จะต้องเป็นชนิดใด


พี่น้องครับ สำหรับผู้ที่เป็นเนื้อดินดี (ผู้ที่มีความสามารถในการกลับใจ) ก็เกิดผลตามความสามารถของตน ตามความเหมาะสมในการฟังพระเจ้า สรุปก็คือ พระวาจาของพระเจ้าต้องเกิดผลอย่างแน่นอน ท่าทีการตอบรับพระวาจาของพระเจ้านั้นดูเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการรับพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความเชื่อ วางใจในพระวาจาของพระองค์


พี่น้องครับ พ่อขอเชิญชวนพี่น้องให้รำพึงตามพ่อสักครู่หนึ่ง
· “พระประสงค์ของพระเจ้าเป็นอันดับหนึ่งในชีวิตของเราไหม”?
· ชีวิตของเราเหมือนแผ่นดินแห้งผาก คือ กระหายพระวาจาของพระเจ้าหรือไม่ หรือว่า ชุ่มชื้นเกินไป มีน้ำมากเกินไป แต่ไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้า แต่เป็นน้ำใจของเราฝ่ายเดียวเล่า หรือเต็มไปด้วยกอหนามแห่งชีวิตด้านลบที่คอยกลบลบพระวาจาของพระเจ้า
· ในความลำบาก ความเจ็บปวด ชีวิตปัจจุบัน ดังเช่นเปาโลเน้น เราโดดเด่นในการเผชิญปัญหา ด้วยความเชื่อ การรอคอยพระเจ้า เราเพียรทนเพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จเพียงใดเล่า · วาจาของพระเจ้าจะต้องเกิดผลไม่ใช่หรือ พี่น้องที่รัก เราฟังพระวาจาของพระเจ้า คำเทศน์ทุกวันอาทิตย์ การอ่านพระวาจาของพระเจ้า เราเชื่อและร่วมมือเพื่อให้พระวาจานั้นเกิดผลเพียงใดในชีวิตของเราเล่า
· เรามีหูเพื่อฟัง ทุกวันเราฟังอะไร เรามีใจเพื่อเชื่อฟัง ทุกวันเราเชื่อฟังอะไร ใคร? ใช่พระเยซูเจ้าหรือไม่ ถ้าใช่ พระองค์สอนข้อสำคัญคือ “จงรักกันและกัน” ไม่ใช่หรือ พระวาจานี้เกิดผลจริงๆไหมในชีวิตเรา


พี่น้องที่รัก ที่สุดแล้ว พระวาจาของพระเจ้าจะไม่เกิดผลได้อย่างไรเล่า ขอพระวาจาเป็นดังสายฝนรดผืนดินแห่งวิญญาณจิตของเราเถิด ขออย่าให้ใจเราแห้งผากเกินไปหรือมีอุปสรรคใดๆต่อพระวาจาของพระเจ้าเลย

สุขสันต์วันพระเจ้า ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคน

หมายเหตุ อ้างอิงจาก พระวาจาประจำสัปดาห์ โดย คพ.สมเกียรติ ตรีนิกร



วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ส.14 เทศกาลธรรมดา ปี A - วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2008










ส.14 เทศกาลธรรมดา ปี A





“ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน”





พี่น้องที่รักครับ ภาระหน้าที่ประจำวันของเราแต่ละคน เป็นเสมือน “แอก” ที่เราต้องแบกไว้ เป็นหน้าที่ที่เราต้องปฏิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราคริสตชนก็ดูเหมือนว่า มีหน้าที่อีกประการหนึ่งก็คือ การรับใช้พระเจ้า ด้วยการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์





พี่น้องครับ คำสัญญาที่พระเยซูบอกกับเราในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะเลิกแบกแอกของเรา เลิกปฏิบัติหน้าที่ของเราต่อพระเจ้า ต่อเพื่อนพี่น้อง วางลงแล้วไปอยู่กับพระเยซู แต่เป็นสิ่งที่พระเยซูสัญญากับเราว่า สิ่งต่างๆที่เป็นประสบการณ์แห่งความยากลำบากในวันนี้ พระองค์จะทำเปลี่ยนให้เป็นความหวานชื่นในการอยู่กับพระองค์





พี่น้องครับ พระเยซูบอกว่า “จงรับแอกของเราแบกไว้และมาเป็นศิษย์ของเรา เพราะเรามีใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน” ดูเหมือนจะมีปัญหานิดหน่อยที่ว่า เราทุกคนเองมีแอกอยู่แล้วที่ต้องแบกอย่างสาหัส และต้องมารับแอกที่พระเยซูจะมอบให้อีกอันหนึ่งใช่หรือไม่? พระเยซูไม่ได้หมายความอย่างนั้น พระองค์ต้องการให้เราวางภาระหนักต่างๆเหล่านั้นไว้ต่างหาก และรับมาเอาแอกของพระองค์ไว้ เพราะแอกของพระองค์นั้น “อ่อนนุ่มและภาระที่เราให้ท่านแบกก็เบา”





แล้วแอกของพระองค์เป็นอย่างไร? แอกของพระเยซูเจ้า ก็คือ บทสรุปของการเป็นคริสตชนของเรา ความรับผิดชอบและหน้าที่ของเรานั่นเอง ดังนั้น การแบกแอกของพระเยซูเจ้า ก็คือ การที่ตัวของเรา มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในฐานะของผู้รับใช้และยอมให้พระองค์ควบคุมชีวิตของเรา



ในสมัยของพระเยซู เวลาที่เขาจะใช้แอก เขาจะเอามันใส่ไว้ที่คอของสัตว์สองตัว เพื่อให้ทั้งสองตัวช่วยกันลากไป ไถนาไปด้วยกัน ดังนั้นมันจึงต้องมีลักษณะเป็นคู่เสมอ
พี่น้องครับ เมื่อพระเยซูเชิญเราให้มาแบกแอกของพระองค์ และเราจะให้ใครมาแบกแอกกับเรา มาเป็นคู่แบกของเรา




พี่น้องครับ คู่ของเราไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพระเยซูเจ้าเอง และในความเป็นจริง แอกนั้นเป็นของพระองค์ ไม่ใช่แอกของเรา แต่เป็นพระองค์เอง ที่เชิญเรามาแบกพร้อมกับพระองค์ แอกจึงต้องแบกกับพระองค์ แบกไปทางเดียวกับพระองค์ ไปมุมมองเดียวกับพระองค์ ผูกติดกับภารกิจของพระองค์ และเพื่อเราจะได้รู้ว่า เราไม่ได้แบกแอกนี้ตามลำพังหรือแค่พละกำลังของเราเองเท่านั้น แต่เราแบกแอกพร้อมกับพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งพละกำลังของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่า พระองค์ไม่ได้เป็นแค่ครูที่ให้การบ้านเราทำ แต่พระองค์เป็นเพื่อนที่ช่วยเราทำการบ้านนั้นๆด้วย



พี่น้องครับ เราต้องไม่ลืมว่า เรากำลังแบกแอกนั้นกับพระเยซูเจ้า ให้เรามีบทภาวนาในแต่ละวันของเราว่า “พระเจ้าข้า โปรดช่วยให้ลูกระลึกได้เสมอว่า ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาใดใดในวันนี้ ลูกก็มั่นใจได้เสมอว่า ลูกจะมีพระองค์อยู่กับลูกเสมอ” และเมื่อเราได้ภาวนาดังนี้แล้ว แอกของพระองค์ก็อ่อนนุ่มและภาระที่มีก็เบายิ่งนัก


ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกท่าน